วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 8 สอบปลายภาค

ข้อสอบปลายภาค
ข้อสอบปลายภาคให้นักศึกษาทำลงในบล็อกของนักศึกษาทุกข้อทุกข้อ มี 10  ข้อ
1. คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี  กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ  จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพที่บุคคลในแต่ละวิชาชีพได้ประมวลขึ้นเป็นหลัก 
        จริยธรรม หมายถึง คุณความดีที่ใช้เป็นข้อปฏิบัติในการประพฤติที่ดีที่ชอบ 
        คุณธรรม หมายถึง ความดีงามที่ถูกปลูกฝังขึ้นในจิตใจ
        ค่านิยม หมายถึง สิ่งที่สังคมถือว่ามีค่าพึงปรารถนาต้องการให้เป็นเป้าหมายของสังคมและปลูกฝังให้สมาชิกของสังคมยึดถือเป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิตควรหลีกเลี่ยง
        จารีตประเพณี หมายถึง การปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบทอดและอนุรักษ์ไว้
        กฎหมาย หมายถึง กฎที่สถาบันหรือผู้มีอํานาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกําหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือระหว่างบุคคลกับรัฐ
        จากคำนิยามจะเห็นได้ว่า จริยธรรมและคุณธรรมมีความเหมือนกันตรงคุณงามความดีที่เกิดขึ้นเมื่อได้ปฏิบัติ จรรยาบรรณก็แสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฎิบัติ
        ส่วนค่านิยม จารีตประเพณี และกฎหมาย จะเหมือนกันตรงที่ว่าเป็นสิ่งหรือกฎที่ต้องยึดในการปฎิบัติ ซึ่งถ้าผู้ใดละเลยก็จะถือได้ว่าทำผิดแต่จะต่างตรงที่กฎหมายจะมีบทลงโทษที่ชัดเจน

อนุทินที่ 7

แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2545-2559)

1. จงบอกสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างและท่านมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร

   ตอบ สภาพปัญหาของสังคมไทยปัจจุบัน
             1.ประชากร
             2.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
             3.สภาพการณ์ในชุมชนนานาชาติ
             4.การวิจัยและการพัฒนา
             5.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
             6.การเมือง เศรษฐกิจและสังคม
             7.การศึกษา
             8.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
             ในการแก้ปัญหาของสภาพสังคมไทยปัจจุบันนั้น ต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาจากต้นเหตุไม่ใช่ที่ปลายเหตุ ซึ่งในการจะดำเนินการนั้นมันยากที่จะทำให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึงเราต้องมีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
             1. แก้ปัญหาแบบระยะสั้น หรือแบบย่อย เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ไม่ได้มีการวางแผนมาก่อน
             2. แก้ปัญหาแบบระยะยาว หรือแบบรวม เพื่อหามาตราการมิให้เกิดปัญหานั้นอีก

2. จงอธิบายทิศทางใหม่ในการจัดการศึกษาตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 15 ปี ตามที่ท่านมีภูมิรู้และเข้าใจ

   ตอบ  แผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 15 ปี ที่มีความสำคัญ เพราะเป็นการนำสาระของการปฎิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติ และเป็นกรอบแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน แผนพัฒนาการอาชีวศึกษา แผนพัฒนาการอุดมศึกษา และแผนพัฒนาด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อนำไปสู่การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเสร็จสมบูรณ์ และได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นปรัชญาพื้นฐานในการกำหนดแผน

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 6

กลุ่มที่ 5 สรุปสาระสำคัญ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

กฎหมายฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 ตอนที่ 52 ก วันที่ 11 มิถุนายน 2546 และให้บังคับใช้วันที่ 12 มิถุนายน 2546 ซึ่งประกอบด้วย 4 หมวด 1 บทเฉพาะกาล 90 มาตรา โดยมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เป็นผู้ลงพระปรมาภิไธย และผู้รับสนองพระบรมราชโองการ คือ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร (นายกรัฐมนตรีคนที่ 23)
กฎหมายฉบับนี้มีหลักการสำคัญ คือ แก้ไขพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และกำหนดให้มีองค์กรเกี่ยวกับวิชาชีพครู 2 องค์กร ได้แก่
(1) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า คุรุสภา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่เกี่ยวกับศึกษา ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
และ (2) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวง รวมทั้งบริหารจัดการองค์การค้าของคุรุสภา

อนุทินที่ 5

ตอบคำถาม
(1-3 พ.ร.บ.ภาคบังคับ, 4 พ.ร.บ.บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ)

1.เหตุผลทำไมต้องประกาศพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545
ตอบ  เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉโดยที่กฏหมายว่าด้วยการศึกษษแห่งชาติได้กำหนดให้บิดา มารด หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับจำนวนเก้าปีโดยให้เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่จะสอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ จึงสมควรปรับปรุงกฏหมายว่าด้วยการประถมศึกษา เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกฏหมายดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 4

ตอบคำถามท้ายบท
แบบฝึกหัดบทที่ 3

1. นักศึกษาอธิบายคำนิยามต่อไปนี้ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ตอบ     ก. การศึกษา
             กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลง ความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคมการเรียนรู้ และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
             ข. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
             การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
             ค. การศึกษาตลอดชีวิต

อนุทินที่ 3

ตอบคำถามท้ายบท

แบบฝึกหัดทบทวน

เมื่อนักศึกษาได้ศึกษาบทเรียนนี้แล้ว จงตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง

1. ใครเป็นผู้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก และมีเหตุผลอย่างไร และประเด็นที่
เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เป็นอย่างไร อธิบาย

ตอบ ผู้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกคือสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

อนุทินที่ 2

แบบฝึกหัด

คำสั่ง หลังจากนักศึกษาได้ศึกษาบทเรียนนี้แล้วจงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. ท่านคิดว่าทำไมมนุษย์เราต้องมีกฎหมายหากไม่มีจะเป็นอย่างไร
ตอบ ถ้าหากว่าไม่มีกฏหมายคนในสังคมก็ไม่มีระเบียบวินัย จะทำอะไรตามใจของแต่ละคนและอาจจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้ เราจึงต้องมีกฏหมายในการเป็นแนวทางในการปฏิบัติ