วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 6

กลุ่มที่ 5 สรุปสาระสำคัญ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

กฎหมายฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 ตอนที่ 52 ก วันที่ 11 มิถุนายน 2546 และให้บังคับใช้วันที่ 12 มิถุนายน 2546 ซึ่งประกอบด้วย 4 หมวด 1 บทเฉพาะกาล 90 มาตรา โดยมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เป็นผู้ลงพระปรมาภิไธย และผู้รับสนองพระบรมราชโองการ คือ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร (นายกรัฐมนตรีคนที่ 23)
กฎหมายฉบับนี้มีหลักการสำคัญ คือ แก้ไขพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และกำหนดให้มีองค์กรเกี่ยวกับวิชาชีพครู 2 องค์กร ได้แก่
(1) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า คุรุสภา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่เกี่ยวกับศึกษา ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
และ (2) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวง รวมทั้งบริหารจัดการองค์การค้าของคุรุสภา

ความหมายของคำสำคัญ
          ตามมาตรา 4 ได้ให้ความหมายดังต่อไปนี้
กระทรวง” หมายความว่า กระทรวงศึกษาธิการ
วิชาชีพ” หมายความว่า วิชาชีพทางการศึกษาที่ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งการรับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน และการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนการสนับสนุนการศึกษา ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่างๆ
ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา” หมายความว่า ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัตินี้
ครู” หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา ทั้งของรัฐและเอกชน
ผู้บริหารสถานศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาอื่นที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
ผู้บริหารการศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
บุคลากรทางการศึกษาอื่น” หมายความว่า บุคคลซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษา ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่างๆ ซึ่งหน่วยงานการศึกษากำหนดตำแหน่งให้ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษา
หน่วยงานการศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาหรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่กำกับดูแล สนับสนุน ส่งเสริมให้บริการเกี่ยวกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
สถานศึกษา” หมายความว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัย หน่วยงานการศึกษาหรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชนที่มีอำนาจหน้าที่ หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา
ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งออกให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามพระราชบัญญัตินี้
เจ้าหน้าที่” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้
รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
สาระสำคัญเกี่ยวกับคุรุสภา
วัตถุประสงค์ของคุรุสภา (มาตรา 8)
(1) กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาต กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพ
(2) กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพ
(3) ประสานส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
อำนาจหน้าที่ของคุรุสภา (มาตรา9)
คุรุสภามีหน้าที่
(1) กำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
(2) ควบคุมความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(3) ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพ
(4) พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
(5) สนับสนุนและพัฒนาวิชาชีพ
(6) ยกย่อง และผดุงเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(7) รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรของสถาบันต่างๆ ตามมาตรฐานวิชาชีพ
(8) รับรองความรู้ประสบการณ์ ในการประกอบวิชาชีพ
(9) ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
(10) เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของประเทศไทย
(11) ออกข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วย
(ก) การกำหนดลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 ว่าด้วย ประธานกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
คุณสมบัติทั่วไป
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) มีความซื่อสัตย์และยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์
ลักษณะต้องห้าม
(๑) เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี
(๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๓) เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(๔) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นกรรมการ หรือดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
(๕) เป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างหรือที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีสัญญาจ้างกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาหรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(๖) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับกิจการคุรุสภาหรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(๘) มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภา
ในกรณีที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตาม (๔) หรือ (๕) ผู้นั้นต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมก่อนปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะต้องกระทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง แต่ถ้ามิได้ลาออกภายในเวลาที่กำหนดให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและให้รัฐมนตรีพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการสรรหาในลำดับถัดไปดำรงตำแหน่งแทน
(ข) การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การพักใช้ใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาต และการรับรองความรู้ ประสบการณ์ทางวิชาชีพ  
(ค) หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับใบอนุญาต
(ง) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต
(จ) จรรยาบรรณของวิชาชีพ และการประพฤติผิดจรรยาบรรณ  
(ฉ) มาตรฐานวิชาชีพ
(ช) วิธีการสรรหา การเลือก การเลือกตั้ง และการแต่งตั้งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
(ซ) องค์ประกอบ หลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือกคณะกรรมการสรรหา
(ฌ) หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา
และ (ญ) การใดๆ ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
(12) ให้คำปรึกษาหรือเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาวิชาชีพ
(13) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ หรือ การออกกฎกระทรวง ระเบียบ
(14) กำหนดให้มีคณะกรรมการเพื่อกระทำการใดๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคุรุสภา
และ (15) ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคุรุสภา
การเสนอร่างข้อบังคับคุรุสภา
จะกระทำได้เมื่อคณะกรรมการคุรุสภามีมติเห็นชอบกับร่างข้อบังคับดังกล่าว และให้ประธานกรรมการคุรุสภาเสนอร่างข้อบังคับนั้นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า รัฐมนตรีอาจยับยั้งร่างข้อบังคับนั้นได้ แต่ต้องแสดงเหตุผลโดยแจ้งชัด นอกจากอำนาจหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้คุรุสภามีอำนาจกระทำกิจการ ดังต่อไปนี้ด้วย  
(1) ถือกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สิน ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(2) ทำนิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ
(3) กู้ยืมเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของคุรุสภา
(4) สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อ (2) และ (3)
รายได้ของคุรุสภา (มาตรา 10) ได้แก่
(1) ค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้
(2) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
(3) ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของคุรุสภา
(4) เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่คุรุสภา
และ (5) ดอกผลของเงินและทรัพย์สินตาม (1) (2) (3) และ (4)
รายได้ของคุรุสภา ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ รวมทั้งไม่อยู่ในข่ายการบังคับตามกฎหมายภาษีอากร
คณะกรรมการคุรุสภา
เป็นองค์กรบริหาร มีอำนาจหน้าที่บริหารอำนาจหน้าที่ของคุรุสภา องค์ประกอบของคณะกรรมการคุรุสภา มีจำนวน 39 คน (มาตรา 12) ประกอบด้วย
(1) ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงด้านการศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือกฎหมาย
(2) กรรมการโดยตำแหน่ง 8 คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
(3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่ประสบการณ์สูง ด้านละ 1 คน รวม 7 คน
(4) กรรมการจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งเลือกตั้งกันเอง 4 คน จากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 3 คน และเอกชน 1 คน
(5) กรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาซึ่งเลือกตั้งจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งครู ผู้บริหารทางการศึกษา และมาจากสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา สถานศึกษาเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามสัดส่วนจำนวนผู้ประกอบวิชาชีพ 19 คน
และ (6) เลขาธิการคุรุสภาเป็นเลขานุการ
การได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภา (มาตรา 12 วรรคท้าย และมาตรา 18)
(1) ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใช้วิธีการสรรหา
(2) กรรมการจากผู้แทนผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ ใช้วิธีการเลือกกันเอง
และ (3) กรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา  ใช้วิธีการเลือกตั้ง
วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการคุรุสภา (มาตรา 16)
ให้กรรมการตามมาตรา 12 ข้อ (1) (3) (4) และ (5) อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีก แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
หน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา (มาตรา 20)
กรรมการคุรุสภามีหน้าที่
(1) บริหารตามอำนาจหน้าที่ของคุรุสภา
(2) ให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
(3) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามมาตรา 54 ว่าด้วย  คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ยกข้อกล่าวหา
(๒) ตักเตือน
(๓) ภาคทัณฑ์
(๔) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินห้าปี
(๕) เพิกถอนใบอนุญาต
(4) เร่งรัดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนราชการ หรือคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
(5) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา
(6) ควบคุมดูแลการบริหารงานทั่วไป ตลอดจนออกระเบียบข้อบังคับ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ในเรื่องดังต่อไปนี้
(ก) การจัดแบ่งส่วนงานและหน้าที่ของสำนักงานคุรุสภา
(ข) การกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะ อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนอื่นของเจ้าหน้าที่ของคุรุสภา
(ค) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์การลงโทษของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งวิธีการเงื่อนไขในการจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ของคุรุสภา
(ง) การจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของคุรุสภา
(จ) กำหนดอำนาจหน้าที่และระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายใน
(7) กำหนดนโยบายการบริหารงาน และให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
(8) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา
และ (9) พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอื่นตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย


คณะกรรมการคุรุสภาชุดปัจจุบัน


 


 



























คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีหน้าที่ควบคุมและรักษามาตรฐานการประกอบวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพ โดยมี องค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีจำนวน 17 คน (มาตรา 21) ประกอบด้วย
(1) ประธานกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุรุสภา
(2) กรรมการโดยตำแหน่ง 3 คน ได้แก่ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิสูงด้านการศึกษา การบริหารและกฎหมาย 4 คน
(4) กรรมการจากคณาจารย์ในคณะศึกษาศาสตร์ทั้งของรัฐและเอกชน ซึ่งเลือกกันเอง 2 คน
(5) กรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาซึ่งเลือกตั้งจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งครูที่มีประสบการณ์ด้านการสอนไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือดำรงตำแหน่งอาจารย์ 3 หรือมีวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการขึ้นไป 6 คน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและมีประสบการณ์ในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 10 ปี ผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาที่มีประสบการณ์ในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 10 ปี และ บุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์ในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 10 ปี
และ (6) เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรรมการและเลขานุการ
การได้มาซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (มาตรา 22)
ใช้วิธีการสรรหา การเลือกและการเลือกตั้ง ตามที่กำหนดในข้อบังคับคุรุสภา วาระดำรงตำแหน่งของกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (มาตรา 24) ให้กรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามมาตรา 21 ข้อ (1) (3) (4) และ (5) อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกแต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีหน้าที่
(1) พิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
(2) กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณ
(3) พัฒนา และเสนอแนะคณะกรรมการคุรุสภากำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
(4) ส่งเสริม และพัฒนาวิชาชีพไปสู่ความเป็นเลิศ
(5) แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการ หรือมอบหมายกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
(6) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
และ (7) พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอื่นตามที่รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการคุรุสภามอบหมาย ให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเสนอรายงานการดำเนินงานประจำปีต่อคณะกรรมการคุรุสภาตามระเบียบที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนดให้มีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภา (มาตรา 34) โดยมีเลขาธิการคุรุสภาบริหารกิจการของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน (มาตรา 35-42)
คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพชุดปัจจุบัน
 
















 


 














ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา เป็นวิชาชีพควบคุม
ตามพระราชบัญญัตินี้ การกำหนดวิชาชีพให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (มาตรา 43)
(1) วิทยากรพิเศษทางการศึกษา
(2) ผู้ที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการสอนแต่ในบางครั้งต้องทำหน้าที่สอนด้วย
(3) นักศึกษา หรือผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซึ่งฝึกหัดในความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(4) ผู้ที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย
(5) ผู้สอนในศูนย์การเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ หรือสถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด
(6) คณาจารย์ ผู้บริหารในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
(7) ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา
และ (8) บุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต (มาตรา 44)  
คุณสมบัติ
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
(2) มีวุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า
(3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอน
ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ
(3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
การขอรับใบอนุญาต
การออกใบอนุญาต การกำหนดอายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 45) ผู้ขอรับใบอนุญาต ขอต่ออายุใบอนุญาต ซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาวินิจฉัยไม่ออกใบอนุญาต ไม่ต่ออายุใบอนุญาต ตามวรรคหนึ่ง อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแจ้ง




การประกอบวิชาชีพ
มีข้อกำหนด
1. ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามมิให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาต เข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา (มาตรา 46)
2. ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประกอบวิชาชีพภายใต้ข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 47)
3. ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประพฤติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพตามข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 48)
4. ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ใด ประกอบวิชาชีพควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพควบคุมนับแต่วันที่ทราบคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้น (มาตรา 56)
มาตรฐานวิชาชีพ (มาตรา 49)
ประกอบด้วย
(1) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
(2) มาตรฐานการปฏิบัติงาน
และ (3) มาตรฐานการปฏิบัติตน การกำหนดระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา
จรรยาบรรณของวิชาชีพ (มาตรา 50)
ประกอบด้วย
(1) จรรยาบรรณต่อตนเอง
(2) จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
(3) จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
(4) จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ
และ (5) จรรยาบรรณต่อสังคม
อำนาจการวินิจฉัยชี้ขาด (มาตรา 54)
ให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) ยกข้อกล่าวหา
(2) ตักเตือน
(3) ภาคทัณฑ์
(4) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี
(5) เพิกถอนใบอนุญาต
การอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาด (มาตรา 55)
ให้ (1) ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพชี้ขาดตามมาตรา 54 ข้อ (2) (3) (4) หรือ (5) อาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 30 วัน นับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย
(2) คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการคุรุสภาให้ทำเป็นคำสั่งคุรุสภาพร้อมด้วยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาด
การขอรับใบอนุญาตของผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอน จะยื่นขออีกไม่ได้จนกว่าจะพ้น 5 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน (มาตรา 57)
สมาชิกของคุรุสภา
ประเภทสมาชิกของคุรุสภา (มาตรา 58) มี 2 ประเภทดังนี้
(1) สมาชิกสามัญ
(2) สมาชิกกิตติมศักดิ์   
คุณสมบัติของสมาชิก (มาตรา 59)
(1) สมาชิกสามัญ ต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(2) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาแต่งตั้งโดยมติเป็นเอกฉันท์
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก (มาตรา 60)
สมาชิกสามัญ
(1) แสดงความเห็นและซักถามเป็นหนังสือเกี่ยวกับกิจการของคุรุสภาต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา
(2) เลือก รับเลือกตั้ง หรือรับแต่งตั้งเป็นกรรมการตามมาตรา 12 หรือ มาตรา 21
(3) ชำระค่าธรรมเนียมตามประกาศของคุรุสภา
(4) ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ และปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
สมาชิกกิตติมศักดิ์
มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ เว้นแต่สิทธิและหน้าที่ตาม (2) และ (3)
การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิก (มาตรา 61)
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) คณะกรรมการคุรุสภามีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพเพราะขาดคุณสมบัติตามมาตรา 59 สำหรับกรณีสมาชิกสามัญ
(4) คณะกรรมการคุรุสภามีมติถอดถอนการเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
(5) ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
สาระสำคัญเกี่ยวกับคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
วัตถุประสงค์ (มาตรา 62)
(1) ส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่นของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(2) ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(3) ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวงในเรื่องสื่อการเรียนการสอน และเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา
(4) ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนา การดำเนินงานด้านสวัสดิการ สวัสดิภาพ และผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (มาตรา 63)
(1) ดำเนินงานด้านสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่นของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(2) ผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(3) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้รับสวัสดิการต่างๆ
(4) ให้คำแนะนำในเรื่องการส่งเสริมสวัสดิการ สิทธิประโยชน์และความมั่นคงของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(5) ดำเนินงานและบริหารจัดการองค์การจัดหาผลประโยชน์ของสำนักงานฯ
(6) ออกข้อบังคับและหลักเกณฑ์ในการดำเนินกิจการ
(7) แต่งตั้งคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการ หรือมอบหมายให้กรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ เพื่อกระทำการใดๆ แทน
(8) สรรหาและแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(9) ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นองค์กรบริหาร มีจำนวน 23 คน (มาตรา 64) ประกอบด้วย
(9.1) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน
(9.2) กรรมการโดยตำแหน่ง 6 คน เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(9.3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญด้านละ 1 คน รวม 3 คน  ด้านสวัสดิการสังคม ด้านบริหารธุรกิจ และด้านกฎหมาย
(9.4) กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มาจากสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา สถานศึกษาเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 12 คน
(9.5) เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ
การได้มาซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ (มาตรา 64 วรรคท้าย)
(1) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใช้วิธีการสรรหา
(2) กรรมการผู้แทนจากผู้ประกอบวิชาชีพ ใช้วิธีการเลือกตั้ง
วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ (มาตรา 65 วรรค 2)
ให้กรรมการตามมาตรา 64 ข้อ (3) และ (4) อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกแต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
ให้มีสำนักสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (มาตรา 67)
มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่
1. รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ
2. ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการอื่นที่คณะกรรมการมอบหมาย
3. จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการดำเนินงาน
นอกจากอำนาจและหน้าที่ตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการมีอำนาจกระทำกิจการตามวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงาน ดังต่อไปนี้ด้วย
(1) ถือกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินหรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(2) ทำนิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ
(3) เข้าร่วมลงทุนกับนิติบุคคลอื่น ในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงาน
(4) กู้ยืมเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงาน
(5) สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้มีเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯบริหารกิจการของสำนักงาน และมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน (มาตรา 69-73)
รายได้ของสำนักงาน
คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ (มาตรา 68) มีรายได้จาก
(1) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
(2) เงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมต่างๆ
(3) เงินผลประโยชน์ต่างๆ จากการลงทุนและการจัดหาผลประโยชน์
(4) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชน หรือองค์กรอื่นจากต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ
(5) ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของสำนักงานฯ
(6) ดอกผลของเงินและทรัพย์สินตาม (2) (3) (4) และ (5)
รายได้ของสำนักงานฯ ไม่เป็นรายได้ที่จะต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
การกำกับดูแล
การกำกับดูแลของรัฐมนตรี (มาตรา 75)
รัฐมนตรีมีหน้าที่
1. กำกับดูแลการดำเนินงานและจัดสรรงบประมาณของรัฐอุดหนุน
2. สั่งเป็นหนังสือให้กรรมการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการ
3. สั่งเป็นหนังสือให้ระงับหรือแก้ไขการกระทำใดๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อวัตถุประสงค์กฎหมาย หรือข้อบังคับ
มาตรา 76 ให้คุรุสภาเสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านต่างๆ ของคุรุสภา รวมทั้งรายงานการเงินและบัญชี ตลอดจนเสนอแผนดำเนินงาน แผนการเงิน และงบประมาณของปีต่อไปต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
มาตรา 77 ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านการเงินการบัญชีของคุรุสภาเป็นประจำทุกปี แล้วรายงานให้รัฐสภาทราบ




บทกำหนดลงโทษ
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 ว่าด้วยวิชาชีพควบคุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 78)
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 46 ว่าด้วย การประกอบวิชาชีพ ข้อ 1 หรือมาตรา 56 ว่าด้วย การประกอบวิชาชีพ ข้อ 4 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 79)
บทเฉพาะกาล
1. ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาเท่าที่มีอยู่ตาม พรบ.ครู พ.ศ. 2488 ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯไปพลางก่อน
2. ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง จำนวน 15 คน ให้มีหน้าที่ดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ ภายใน 180 วัน นับแต่พระราชบัญญัติใช้บังคับ (มาตรา 80) ประกอบด้วย
(1) ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 คน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
(2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์สูง ด้านละ 1 คน รวม 5 คน
(3) ผู้แทนสมาคมวิชาชีพด้านการศึกษาที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งเลือกกันเอง 5 คน
3. ให้คณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ ดำเนินการให้มีการแต่งตั้งเลขาธิการคุรุสภาและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ แล้วแต่กรณี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการได้รับการแต่งตั้ง (มาตรา 81)
4. ให้เลขาธิการคุรุสภา ตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภาและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ และให้รองเลขาธิการคุรุสภาตาม พรบ.ครู พ.ศ. 2488 ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการคุรุสภาและรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ ตามพระราชบัญญัตินี้ไปก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการ (มาตรา 82)
5. ให้เจ้าหน้าที่และพนักงานของคุรุสภาตาม พรบ.ครู พ.ศ. 2488 เป็นเจ้าหน้าที่และพนักงานของคุรุสภา และของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯตามพระราชบัญญัตินี้แล้วแต่กรณี โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
6. ให้มีการปรับปรุงการบริหารจัดการขององค์การค้าของคุรุสภาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและมีประสิทธิภาพสามารถแข่งขันอย่างเสรีได้
7. ผู้ใดเป็นครูซึ่งเป็นสมาชิกคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 อยู่แล้วก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มีสิทธิได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ หลักเกณฑ์และวิธีการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้เป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 84)
8. ในวาระเริ่มแรกให้คุรุสภาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแก่ผู้ประกอบวิชาชีพที่ดำรงตำแหน่งครู ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น และภายใน 3 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้มีการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ตามข้อบังคับของคุรุสภา ทั้งนี้ให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าว มีสิทธิได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 85)
9. ให้วุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือปริญญาอื่นที่ ก.ค. กำหนดให้เป็นคุณวุฒิที่ใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นคุณวุฒิในการขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (มาตรา 88)
10. ให้สมาชิกคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ที่ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่าง ๆ อยู่ก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการนั้นๆ ต่อไป (มาตรา 89)

































คำถามปรนัย 20 ข้อ
1. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.. 2546 ข้อใดถูกต้อง
. 4 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
. 5 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
. 6 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
. 7 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
. 8 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
2. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.. 2546 บังคับใช้
. บังคับใช้ 12 มิถุนายน 2546
. บังคับใช้ 13 มิถุนายน 2546
. บังคับใช้ 14 มิถุนายน 2546
. บังคับใช้ 15 มิถุนายน 2546
. บังคับใช้ 16 มิถุนายน 2546
3. วิชาชีพ หมายความว่า
. วิชาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยเฉพาะ
. วิชาที่ดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
. วิชาที่ต้องปฏิบัติตนให้สมกับความเป็นครู
. วิชาชีพที่ต้องอดทน และพัฒนาให้สมบูรณ์
. วิชาชีพทางการศึกษาที่ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยวิธีการต่าง ๆ
4. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา หมายความว่า
. ครู
. ผู้บริหารสถานศึกษา
. ผู้บริหารการศึกษา
. บุคลากรทางการศึกษาอื่น
. ถูกต้องทุกข้อง
5. ครู ตามความหมายของ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 หมายความว่า
. การส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ
. ในสถานศึกษาปฐมวัยขั้นพื้นฐาน
. บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอน
. อุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
    จ. ถูกต้องทุกข้อ


6. ใบอนุญาต ตามความหมายของ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 หมายความว่า
. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งออกให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งครู
. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งออกให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา
. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งออกให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา
. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งออกให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น
. ทุกข้อที่กล่าวมา
7. ให้มีสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า
. ครุสภา
. คุรุสภา
. คุรุสภาการศึกษา
. คุรุสภาวิชาชีพ
. ครูสภา
8. จากข้อ 7 มีฐานะตามข้อใด
. มีฐานะเป็นกรม ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
. มีฐานะเป็นกองในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
. มีฐานะเป็นนิติบุคคลในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
. มีฐานะเป็นนิติบุคคลในกำกับของสพฐ.
. มีฐานะเป็นนิติบุคคลในกำกับของสภาการศึกษา
9. คุรุสภามีวัตถุประสงค์กี่ข้อ
. 6
. 5
. 4
. 3
. 2
10. จากข้อ 9 วัตถุประสงค์คุรุสภาข้อแรกที่จะดำเนินการคือ
. ส่งเสริมให้ครูมีวิทยฐานะ
. ร่วมมือกับองค์กรเพื่อพัฒนาวิชาชีพ
. กำหนดมาตรฐานวิชาชีพออกและเพิกถอนใบอนุญาตกำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและ จรรยาบรรณของวิชาชีพ
. กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพ
    จ. ประสานส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ




11. คุรุสภามีอำนาจหน้าที่กี่ข้อ
. 16
. 15
. 14
. 13
. 12
12. ข้อบังคับของคุรุสภาต้องได้รับความเห็นชอบตามข้อใด
. รัฐมนตรี
. นายกรัฐมนตรี
. เลขาธิการรัฐมนตรี
. รองนายกรัฐมนตรี
. ประธานคุรุสภา
13. คุรุสภาอาจมีรายได้ยกเว้นข้อใด
. ค่าธรรมเนียม
. เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
. ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของคุรุสภา
. เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่คุรุสภา
. เงินขายทรัพย์สินของทางราชการ
14. รายได้ของครุสภาให้ดำเนินการตามข้อใด
. ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง
. รวมทั้งไม่อยู่ในข่ายการบังคับตามกฎหมายภาษีอากร
. ให้เสียภาษีร้อยละ 2 ของเงินรายได้ที่จัดเก็บ
. ต้องนำส่งคลังเพื่อจัดสรรงบประมาณ
. ก และ ข ถูกต้อง
15. ค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นไปตามประกาศของ
. รัฐมนตรี
. นายกรัฐมนตรี
. เลขาธิการรัฐมนตรี
. รองนายกรัฐมนตรี
    จ. ประธานคุรุสภา





16. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการคุรุสภา จำนวน
. 39 คน
. 38 คน
. 37 คน
. 36 คน
. 35 คน
17. ประธานกรรมการคนปัจจุบัน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงด้านการศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือกฎหมาย คือข้อใด
. พลเอก ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ
. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนะสุวรรณ
. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
. พลเอก ดาวพงษ์ รัตนะสุวรรณ
. พลเอก ดาวพง รัตนสุวรรณ
18. คณะกรรมการคุรุสภา มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน เท่าใด
. จำนวน 7 คน
. จำนวน 8 คน
. จำนวน 9 คน
. จำนวน 10 คน
. จำนวน 11 คน
19. คณะกรรมการคุรุสภา มีกรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวนเท่าใด
. จำนวน 15 คน
. จำนวน 16 คน
. จำนวน 17 คน
. จำนวน 18 คน
. จำนวน 19 คน
20. เลขาธิการคุรุสภา ดำรงตำแหน่งใดในคณะกรรมการครุสภา
. กรรมการและเลขานุการ
. กรรมการ
. เลขานุการ
. ผู้ทรงคุณวุฒิ
    จ. กรรมการโดยตำแหน่ง




เฉลยคำถามปรนัย 20 ข้อ
ข้อที่
ตัวเลือก
ข้อที่
ตัวเลือก
1
11
2
12
3
13
4
14
5
15
6
16
7
17
8
18
9
19
10
20

























คำถามอัตนัย 5 ข้อ
1. หลักการสำคัญของพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีหลักการอย่างไร
2. คณะกรรมการคุรุสภาชุดปัจจุบันมีทั้งหมดกี่คน ประกอบด้วยใครบ้าง และดำรงตำแหน่งใด
3. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพชุดปัจจุบันมีทั้งหมดกี่คน ประกอบด้วยใครบ้าง และดำรงตำแหน่งใด
4. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต กำหนดไว้ว่าอย่างไรบ้าง
5. โรงเรียนดีเลิศวิทยา ได้รับนายแดงและนายดำเข้ามาทำการเรียนการสอนในโรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 โดย นายแดงไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และนายดำมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 จนถึง 1 กุมภาพันธ์ 2559 จึงอยากทราบว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนดีเลิศวิทยา นายแดง และนายดำ มีความผิดตามพระราชพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือไม่ อย่างไร และถ้ามีความผิด จะได้รับโทษอย่างไรบ้าง
























เฉลยคำถามอัตนัย 5 ข้อ
1. ตอบ
กฎหมายฉบับนี้มีหลักการสำคัญ คือ แก้ไขพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และกำหนดให้มีองค์กรเกี่ยวกับวิชาชีพครู 2 องค์กร ได้แก่
(1) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า คุรุสภา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่เกี่ยวกับศึกษา ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
และ (2) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวง รวมทั้งบริหารจัดการองค์การค้าของคุรุสภา
2. ตอบ
คณะกรรมการคุรุสภาชุดปัจจุบันมีทั้งหมด 12 คน ประกอบด้วย














 







3. ตอบ
          คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพชุดปัจจุบันมีทั้งหมด 14 คน ประกอบด้วย


 





































 












4. ตอบ
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต (มาตรา 44)  
คุณสมบัติ
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
(2) มีวุฒิปริญสรุปสาระสำคัญ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม






สมาชิกในกลุ่ม
นายนัฐพล  ลิ้มศรัทธา  รหัสนักศึกษา 5581103001
นายวีระวัฒน์  เกียรติสุข  รหัสนักศึกษา 5581103003
นายสิทธิชัย  ษารักษ์  รหัสนักศึกษา 5581103040
สาขาวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มเรียน 01






รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพการศึกษา
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรมราช
สรุปสาระสำคัญ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
กฎหมายฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 ตอนที่ 52 ก วันที่ 11 มิถุนายน 2546 และให้บังคับใช้วันที่ 12 มิถุนายน 2546 ซึ่งประกอบด้วย 4 หมวด 1 บทเฉพาะกาล 90 มาตรา โดยมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เป็นผู้ลงพระปรมาภิไธย และผู้รับสนองพระบรมราชโองการ คือ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร (นายกรัฐมนตรีคนที่ 23)
กฎหมายฉบับนี้มีหลักการสำคัญ คือ แก้ไขพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และกำหนดให้มีองค์กรเกี่ยวกับวิชาชีพครู 2 องค์กร ได้แก่
(1) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า คุรุสภา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่เกี่ยวกับศึกษา ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
และ (2) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวง รวมทั้งบริหารจัดการองค์การค้าของคุรุสภา
ความหมายของคำสำคัญ
          ตามมาตรา 4 ได้ให้ความหมายดังต่อไปนี้
กระทรวง” หมายความว่า กระทรวงศึกษาธิการ
วิชาชีพ” หมายความว่า วิชาชีพทางการศึกษาที่ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งการรับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน และการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนการสนับสนุนการศึกษา ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่างๆ
ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา” หมายความว่า ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัตินี้
ครู” หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา ทั้งของรัฐและเอกชน
ผู้บริหารสถานศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาอื่นที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
ผู้บริหารการศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
บุคลากรทางการศึกษาอื่น” หมายความว่า บุคคลซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษา ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่างๆ ซึ่งหน่วยงานการศึกษากำหนดตำแหน่งให้ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษา
หน่วยงานการศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาหรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่กำกับดูแล สนับสนุน ส่งเสริมให้บริการเกี่ยวกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
สถานศึกษา” หมายความว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัย หน่วยงานการศึกษาหรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชนที่มีอำนาจหน้าที่ หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา
ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งออกให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามพระราชบัญญัตินี้
เจ้าหน้าที่” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้
รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
สาระสำคัญเกี่ยวกับคุรุสภา
วัตถุประสงค์ของคุรุสภา (มาตรา 8)
(1) กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาต กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพ
(2) กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพ
(3) ประสานส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
อำนาจหน้าที่ของคุรุสภา (มาตรา9)
คุรุสภามีหน้าที่
(1) กำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
(2) ควบคุมความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(3) ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพ
(4) พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
(5) สนับสนุนและพัฒนาวิชาชีพ
(6) ยกย่อง และผดุงเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(7) รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรของสถาบันต่างๆ ตามมาตรฐานวิชาชีพ
(8) รับรองความรู้ประสบการณ์ ในการประกอบวิชาชีพ
(9) ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
(10) เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของประเทศไทย
(11) ออกข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วย
(ก) การกำหนดลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 ว่าด้วย ประธานกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
คุณสมบัติทั่วไป
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) มีความซื่อสัตย์และยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์
ลักษณะต้องห้าม
(๑) เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี
(๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๓) เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(๔) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นกรรมการ หรือดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
(๕) เป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างหรือที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีสัญญาจ้างกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาหรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(๖) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับกิจการคุรุสภาหรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(๘) มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภา
ในกรณีที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตาม (๔) หรือ (๕) ผู้นั้นต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมก่อนปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะต้องกระทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง แต่ถ้ามิได้ลาออกภายในเวลาที่กำหนดให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและให้รัฐมนตรีพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการสรรหาในลำดับถัดไปดำรงตำแหน่งแทน
(ข) การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การพักใช้ใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาต และการรับรองความรู้ ประสบการณ์ทางวิชาชีพ  
(ค) หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับใบอนุญาต
(ง) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต
(จ) จรรยาบรรณของวิชาชีพ และการประพฤติผิดจรรยาบรรณ  
(ฉ) มาตรฐานวิชาชีพ
(ช) วิธีการสรรหา การเลือก การเลือกตั้ง และการแต่งตั้งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
(ซ) องค์ประกอบ หลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือกคณะกรรมการสรรหา
(ฌ) หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา
และ (ญ) การใดๆ ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
(12) ให้คำปรึกษาหรือเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาวิชาชีพ
(13) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ หรือ การออกกฎกระทรวง ระเบียบ
(14) กำหนดให้มีคณะกรรมการเพื่อกระทำการใดๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคุรุสภา
และ (15) ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคุรุสภา
การเสนอร่างข้อบังคับคุรุสภา
จะกระทำได้เมื่อคณะกรรมการคุรุสภามีมติเห็นชอบกับร่างข้อบังคับดังกล่าว และให้ประธานกรรมการคุรุสภาเสนอร่างข้อบังคับนั้นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า รัฐมนตรีอาจยับยั้งร่างข้อบังคับนั้นได้ แต่ต้องแสดงเหตุผลโดยแจ้งชัด นอกจากอำนาจหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้คุรุสภามีอำนาจกระทำกิจการ ดังต่อไปนี้ด้วย  
(1) ถือกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สิน ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(2) ทำนิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ
(3) กู้ยืมเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของคุรุสภา
(4) สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อ (2) และ (3)
รายได้ของคุรุสภา (มาตรา 10) ได้แก่
(1) ค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้
(2) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
(3) ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของคุรุสภา
(4) เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่คุรุสภา
และ (5) ดอกผลของเงินและทรัพย์สินตาม (1) (2) (3) และ (4)
รายได้ของคุรุสภา ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ รวมทั้งไม่อยู่ในข่ายการบังคับตามกฎหมายภาษีอากร
คณะกรรมการคุรุสภา
เป็นองค์กรบริหาร มีอำนาจหน้าที่บริหารอำนาจหน้าที่ของคุรุสภา องค์ประกอบของคณะกรรมการคุรุสภา มีจำนวน 39 คน (มาตรา 12) ประกอบด้วย
(1) ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงด้านการศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือกฎหมาย
(2) กรรมการโดยตำแหน่ง 8 คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
(3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่ประสบการณ์สูง ด้านละ 1 คน รวม 7 คน
(4) กรรมการจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งเลือกตั้งกันเอง 4 คน จากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 3 คน และเอกชน 1 คน
(5) กรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาซึ่งเลือกตั้งจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งครู ผู้บริหารทางการศึกษา และมาจากสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา สถานศึกษาเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามสัดส่วนจำนวนผู้ประกอบวิชาชีพ 19 คน
และ (6) เลขาธิการคุรุสภาเป็นเลขานุการ
การได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภา (มาตรา 12 วรรคท้าย และมาตรา 18)
(1) ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใช้วิธีการสรรหา
(2) กรรมการจากผู้แทนผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ ใช้วิธีการเลือกกันเอง
และ (3) กรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา  ใช้วิธีการเลือกตั้ง
วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการคุรุสภา (มาตรา 16)
ให้กรรมการตามมาตรา 12 ข้อ (1) (3) (4) และ (5) อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีก แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
หน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา (มาตรา 20)
กรรมการคุรุสภามีหน้าที่
(1) บริหารตามอำนาจหน้าที่ของคุรุสภา
(2) ให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
(3) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามมาตรา 54 ว่าด้วย  คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ยกข้อกล่าวหา
(๒) ตักเตือน
(๓) ภาคทัณฑ์
(๔) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินห้าปี
(๕) เพิกถอนใบอนุญาต
(4) เร่งรัดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนราชการ หรือคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
(5) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา
(6) ควบคุมดูแลการบริหารงานทั่วไป ตลอดจนออกระเบียบข้อบังคับ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ในเรื่องดังต่อไปนี้
(ก) การจัดแบ่งส่วนงานและหน้าที่ของสำนักงานคุรุสภา
(ข) การกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะ อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนอื่นของเจ้าหน้าที่ของคุรุสภา
(ค) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์การลงโทษของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งวิธีการเงื่อนไขในการจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ของคุรุสภา
(ง) การจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของคุรุสภา
(จ) กำหนดอำนาจหน้าที่และระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายใน
(7) กำหนดนโยบายการบริหารงาน และให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
(8) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา
และ (9) พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอื่นตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย


คณะกรรมการคุรุสภาชุดปัจจุบัน


 

 


























คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีหน้าที่ควบคุมและรักษามาตรฐานการประกอบวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพ โดยมี องค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีจำนวน 17 คน (มาตรา 21) ประกอบด้วย
(1) ประธานกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุรุสภา
(2) กรรมการโดยตำแหน่ง 3 คน ได้แก่ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิสูงด้านการศึกษา การบริหารและกฎหมาย 4 คน
(4) กรรมการจากคณาจารย์ในคณะศึกษาศาสตร์ทั้งของรัฐและเอกชน ซึ่งเลือกกันเอง 2 คน
(5) กรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาซึ่งเลือกตั้งจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งครูที่มีประสบการณ์ด้านการสอนไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือดำรงตำแหน่งอาจารย์ 3 หรือมีวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการขึ้นไป 6 คน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและมีประสบการณ์ในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 10 ปี ผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาที่มีประสบการณ์ในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 10 ปี และ บุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์ในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 10 ปี
และ (6) เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรรมการและเลขานุการ
การได้มาซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (มาตรา 22)
ใช้วิธีการสรรหา การเลือกและการเลือกตั้ง ตามที่กำหนดในข้อบังคับคุรุสภา วาระดำรงตำแหน่งของกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (มาตรา 24) ให้กรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามมาตรา 21 ข้อ (1) (3) (4) และ (5) อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกแต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีหน้าที่
(1) พิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
(2) กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณ
(3) พัฒนา และเสนอแนะคณะกรรมการคุรุสภากำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
(4) ส่งเสริม และพัฒนาวิชาชีพไปสู่ความเป็นเลิศ
(5) แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการ หรือมอบหมายกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
(6) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
และ (7) พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอื่นตามที่รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการคุรุสภามอบหมาย ให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเสนอรายงานการดำเนินงานประจำปีต่อคณะกรรมการคุรุสภาตามระเบียบที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนดให้มีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภา (มาตรา 34) โดยมีเลขาธิการคุรุสภาบริหารกิจการของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน (มาตรา 35-42)
คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพชุดปัจจุบัน
 















 

 













ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา เป็นวิชาชีพควบคุม
ตามพระราชบัญญัตินี้ การกำหนดวิชาชีพให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (มาตรา 43)
(1) วิทยากรพิเศษทางการศึกษา
(2) ผู้ที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการสอนแต่ในบางครั้งต้องทำหน้าที่สอนด้วย
(3) นักศึกษา หรือผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซึ่งฝึกหัดในความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(4) ผู้ที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย
(5) ผู้สอนในศูนย์การเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ หรือสถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด
(6) คณาจารย์ ผู้บริหารในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
(7) ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา
และ (8) บุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต (มาตรา 44)  
คุณสมบัติ
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
(2) มีวุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า
(3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอน
ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ
(3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
การขอรับใบอนุญาต
การออกใบอนุญาต การกำหนดอายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 45) ผู้ขอรับใบอนุญาต ขอต่ออายุใบอนุญาต ซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาวินิจฉัยไม่ออกใบอนุญาต ไม่ต่ออายุใบอนุญาต ตามวรรคหนึ่ง อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแจ้ง




การประกอบวิชาชีพ
มีข้อกำหนด
1. ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามมิให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาต เข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา (มาตรา 46)
2. ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประกอบวิชาชีพภายใต้ข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 47)
3. ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประพฤติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพตามข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 48)
4. ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ใด ประกอบวิชาชีพควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพควบคุมนับแต่วันที่ทราบคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้น (มาตรา 56)
มาตรฐานวิชาชีพ (มาตรา 49)
ประกอบด้วย
(1) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
(2) มาตรฐานการปฏิบัติงาน
และ (3) มาตรฐานการปฏิบัติตน การกำหนดระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา
จรรยาบรรณของวิชาชีพ (มาตรา 50)
ประกอบด้วย
(1) จรรยาบรรณต่อตนเอง
(2) จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
(3) จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
(4) จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ
และ (5) จรรยาบรรณต่อสังคม
อำนาจการวินิจฉัยชี้ขาด (มาตรา 54)
ให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) ยกข้อกล่าวหา
(2) ตักเตือน
(3) ภาคทัณฑ์
(4) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี
(5) เพิกถอนใบอนุญาต
การอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาด (มาตรา 55)
ให้ (1) ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพชี้ขาดตามมาตรา 54 ข้อ (2) (3) (4) หรือ (5) อาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 30 วัน นับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย
(2) คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการคุรุสภาให้ทำเป็นคำสั่งคุรุสภาพร้อมด้วยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาด
การขอรับใบอนุญาตของผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอน จะยื่นขออีกไม่ได้จนกว่าจะพ้น 5 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน (มาตรา 57)
สมาชิกของคุรุสภา
ประเภทสมาชิกของคุรุสภา (มาตรา 58) มี 2 ประเภทดังนี้
(1) สมาชิกสามัญ
(2) สมาชิกกิตติมศักดิ์   
คุณสมบัติของสมาชิก (มาตรา 59)
(1) สมาชิกสามัญ ต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(2) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาแต่งตั้งโดยมติเป็นเอกฉันท์
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก (มาตรา 60)
สมาชิกสามัญ
(1) แสดงความเห็นและซักถามเป็นหนังสือเกี่ยวกับกิจการของคุรุสภาต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา
(2) เลือก รับเลือกตั้ง หรือรับแต่งตั้งเป็นกรรมการตามมาตรา 12 หรือ มาตรา 21
(3) ชำระค่าธรรมเนียมตามประกาศของคุรุสภา
(4) ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ และปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
สมาชิกกิตติมศักดิ์
มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ เว้นแต่สิทธิและหน้าที่ตาม (2) และ (3)
การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิก (มาตรา 61)
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) คณะกรรมการคุรุสภามีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพเพราะขาดคุณสมบัติตามมาตรา 59 สำหรับกรณีสมาชิกสามัญ
(4) คณะกรรมการคุรุสภามีมติถอดถอนการเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
(5) ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
สาระสำคัญเกี่ยวกับคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
วัตถุประสงค์ (มาตรา 62)
(1) ส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่นของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(2) ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(3) ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวงในเรื่องสื่อการเรียนการสอน และเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา
(4) ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนา การดำเนินงานด้านสวัสดิการ สวัสดิภาพ และผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (มาตรา 63)
(1) ดำเนินงานด้านสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่นของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(2) ผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(3) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้รับสวัสดิการต่างๆ
(4) ให้คำแนะนำในเรื่องการส่งเสริมสวัสดิการ สิทธิประโยชน์และความมั่นคงของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(5) ดำเนินงานและบริหารจัดการองค์การจัดหาผลประโยชน์ของสำนักงานฯ
(6) ออกข้อบังคับและหลักเกณฑ์ในการดำเนินกิจการ
(7) แต่งตั้งคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการ หรือมอบหมายให้กรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ เพื่อกระทำการใดๆ แทน
(8) สรรหาและแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(9) ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นองค์กรบริหาร มีจำนวน 23 คน (มาตรา 64) ประกอบด้วย
(9.1) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน
(9.2) กรรมการโดยตำแหน่ง 6 คน เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(9.3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญด้านละ 1 คน รวม 3 คน  ด้านสวัสดิการสังคม ด้านบริหารธุรกิจ และด้านกฎหมาย
(9.4) กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มาจากสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา สถานศึกษาเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 12 คน
(9.5) เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ
การได้มาซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ (มาตรา 64 วรรคท้าย)
(1) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใช้วิธีการสรรหา
(2) กรรมการผู้แทนจากผู้ประกอบวิชาชีพ ใช้วิธีการเลือกตั้ง
วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ (มาตรา 65 วรรค 2)
ให้กรรมการตามมาตรา 64 ข้อ (3) และ (4) อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกแต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
ให้มีสำนักสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (มาตรา 67)
มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่
1. รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ
2. ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการอื่นที่คณะกรรมการมอบหมาย
3. จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการดำเนินงาน
นอกจากอำนาจและหน้าที่ตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการมีอำนาจกระทำกิจการตามวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงาน ดังต่อไปนี้ด้วย
(1) ถือกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินหรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(2) ทำนิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ
(3) เข้าร่วมลงทุนกับนิติบุคคลอื่น ในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงาน
(4) กู้ยืมเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงาน
(5) สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้มีเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯบริหารกิจการของสำนักงาน และมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน (มาตรา 69-73)
รายได้ของสำนักงาน
คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ (มาตรา 68) มีรายได้จาก
(1) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
(2) เงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมต่างๆ
(3) เงินผลประโยชน์ต่างๆ จากการลงทุนและการจัดหาผลประโยชน์
(4) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชน หรือองค์กรอื่นจากต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ
(5) ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของสำนักงานฯ
(6) ดอกผลของเงินและทรัพย์สินตาม (2) (3) (4) และ (5)
รายได้ของสำนักงานฯ ไม่เป็นรายได้ที่จะต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
การกำกับดูแล
การกำกับดูแลของรัฐมนตรี (มาตรา 75)
รัฐมนตรีมีหน้าที่
1. กำกับดูแลการดำเนินงานและจัดสรรงบประมาณของรัฐอุดหนุน
2. สั่งเป็นหนังสือให้กรรมการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการ
3. สั่งเป็นหนังสือให้ระงับหรือแก้ไขการกระทำใดๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อวัตถุประสงค์กฎหมาย หรือข้อบังคับ
มาตรา 76 ให้คุรุสภาเสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านต่างๆ ของคุรุสภา รวมทั้งรายงานการเงินและบัญชี ตลอดจนเสนอแผนดำเนินงาน แผนการเงิน และงบประมาณของปีต่อไปต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
มาตรา 77 ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านการเงินการบัญชีของคุรุสภาเป็นประจำทุกปี แล้วรายงานให้รัฐสภาทราบ




บทกำหนดลงโทษ
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 ว่าด้วยวิชาชีพควบคุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 78)
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 46 ว่าด้วย การประกอบวิชาชีพ ข้อ 1 หรือมาตรา 56 ว่าด้วย การประกอบวิชาชีพ ข้อ 4 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 79)
บทเฉพาะกาล
1. ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาเท่าที่มีอยู่ตาม พรบ.ครู พ.ศ. 2488 ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯไปพลางก่อน
2. ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง จำนวน 15 คน ให้มีหน้าที่ดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ ภายใน 180 วัน นับแต่พระราชบัญญัติใช้บังคับ (มาตรา 80) ประกอบด้วย
(1) ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 คน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
(2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์สูง ด้านละ 1 คน รวม 5 คน
(3) ผู้แทนสมาคมวิชาชีพด้านการศึกษาที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งเลือกกันเอง 5 คน
3. ให้คณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ ดำเนินการให้มีการแต่งตั้งเลขาธิการคุรุสภาและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ แล้วแต่กรณี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการได้รับการแต่งตั้ง (มาตรา 81)
4. ให้เลขาธิการคุรุสภา ตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภาและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ และให้รองเลขาธิการคุรุสภาตาม พรบ.ครู พ.ศ. 2488 ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการคุรุสภาและรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ ตามพระราชบัญญัตินี้ไปก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการ (มาตรา 82)
5. ให้เจ้าหน้าที่และพนักงานของคุรุสภาตาม พรบ.ครู พ.ศ. 2488 เป็นเจ้าหน้าที่และพนักงานของคุรุสภา และของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯตามพระราชบัญญัตินี้แล้วแต่กรณี โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
6. ให้มีการปรับปรุงการบริหารจัดการขององค์การค้าของคุรุสภาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและมีประสิทธิภาพสามารถแข่งขันอย่างเสรีได้
7. ผู้ใดเป็นครูซึ่งเป็นสมาชิกคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 อยู่แล้วก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มีสิทธิได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ หลักเกณฑ์และวิธีการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้เป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 84)
8. ในวาระเริ่มแรกให้คุรุสภาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแก่ผู้ประกอบวิชาชีพที่ดำรงตำแหน่งครู ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น และภายใน 3 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้มีการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ตามข้อบังคับของคุรุสภา ทั้งนี้ให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าว มีสิทธิได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 85)
9. ให้วุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือปริญญาอื่นที่ ก.ค. กำหนดให้เป็นคุณวุฒิที่ใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นคุณวุฒิในการขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (มาตรา 88)
10. ให้สมาชิกคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ที่ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่าง ๆ อยู่ก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการนั้นๆ ต่อไป (มาตรา 89)

































คำถามปรนัย 20 ข้อ
1. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.. 2546 ข้อใดถูกต้อง
. 4 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
. 5 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
. 6 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
. 7 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
. 8 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
2. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.. 2546 บังคับใช้
. บังคับใช้ 12 มิถุนายน 2546
. บังคับใช้ 13 มิถุนายน 2546
. บังคับใช้ 14 มิถุนายน 2546
. บังคับใช้ 15 มิถุนายน 2546
. บังคับใช้ 16 มิถุนายน 2546
3. วิชาชีพ หมายความว่า
. วิชาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยเฉพาะ
. วิชาที่ดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
. วิชาที่ต้องปฏิบัติตนให้สมกับความเป็นครู
. วิชาชีพที่ต้องอดทน และพัฒนาให้สมบูรณ์
. วิชาชีพทางการศึกษาที่ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยวิธีการต่าง ๆ
4. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา หมายความว่า
. ครู
. ผู้บริหารสถานศึกษา
. ผู้บริหารการศึกษา
. บุคลากรทางการศึกษาอื่น
. ถูกต้องทุกข้อง
5. ครู ตามความหมายของ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 หมายความว่า
. การส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ
. ในสถานศึกษาปฐมวัยขั้นพื้นฐาน
. บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอน
. อุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
    จ. ถูกต้องทุกข้อ


6. ใบอนุญาต ตามความหมายของ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 หมายความว่า
. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งออกให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งครู
. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งออกให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา
. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งออกให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา
. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งออกให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น
. ทุกข้อที่กล่าวมา
7. ให้มีสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า
. ครุสภา
. คุรุสภา
. คุรุสภาการศึกษา
. คุรุสภาวิชาชีพ
. ครูสภา
8. จากข้อ 7 มีฐานะตามข้อใด
. มีฐานะเป็นกรม ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
. มีฐานะเป็นกองในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
. มีฐานะเป็นนิติบุคคลในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
. มีฐานะเป็นนิติบุคคลในกำกับของสพฐ.
. มีฐานะเป็นนิติบุคคลในกำกับของสภาการศึกษา
9. คุรุสภามีวัตถุประสงค์กี่ข้อ
. 6
. 5
. 4
. 3
. 2
10. จากข้อ 9 วัตถุประสงค์คุรุสภาข้อแรกที่จะดำเนินการคือ
. ส่งเสริมให้ครูมีวิทยฐานะ
. ร่วมมือกับองค์กรเพื่อพัฒนาวิชาชีพ
. กำหนดมาตรฐานวิชาชีพออกและเพิกถอนใบอนุญาตกำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและ จรรยาบรรณของวิชาชีพ
. กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพ
    จ. ประสานส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ




11. คุรุสภามีอำนาจหน้าที่กี่ข้อ
. 16
. 15
. 14
. 13
. 12
12. ข้อบังคับของคุรุสภาต้องได้รับความเห็นชอบตามข้อใด
. รัฐมนตรี
. นายกรัฐมนตรี
. เลขาธิการรัฐมนตรี
. รองนายกรัฐมนตรี
. ประธานคุรุสภา
13. คุรุสภาอาจมีรายได้ยกเว้นข้อใด
. ค่าธรรมเนียม
. เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
. ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของคุรุสภา
. เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่คุรุสภา
. เงินขายทรัพย์สินของทางราชการ
14. รายได้ของครุสภาให้ดำเนินการตามข้อใด
. ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง
. รวมทั้งไม่อยู่ในข่ายการบังคับตามกฎหมายภาษีอากร
. ให้เสียภาษีร้อยละ 2 ของเงินรายได้ที่จัดเก็บ
. ต้องนำส่งคลังเพื่อจัดสรรงบประมาณ
. ก และ ข ถูกต้อง
15. ค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นไปตามประกาศของ
. รัฐมนตรี
. นายกรัฐมนตรี
. เลขาธิการรัฐมนตรี
. รองนายกรัฐมนตรี
    จ. ประธานคุรุสภา





16. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการคุรุสภา จำนวน
. 39 คน
. 38 คน
. 37 คน
. 36 คน
. 35 คน
17. ประธานกรรมการคนปัจจุบัน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงด้านการศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือกฎหมาย คือข้อใด
. พลเอก ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ
. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนะสุวรรณ
. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
. พลเอก ดาวพงษ์ รัตนะสุวรรณ
. พลเอก ดาวพง รัตนสุวรรณ
18. คณะกรรมการคุรุสภา มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน เท่าใด
. จำนวน 7 คน
. จำนวน 8 คน
. จำนวน 9 คน
. จำนวน 10 คน
. จำนวน 11 คน
19. คณะกรรมการคุรุสภา มีกรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวนเท่าใด
. จำนวน 15 คน
. จำนวน 16 คน
. จำนวน 17 คน
. จำนวน 18 คน
. จำนวน 19 คน
20. เลขาธิการคุรุสภา ดำรงตำแหน่งใดในคณะกรรมการครุสภา
. กรรมการและเลขานุการ
. กรรมการ
. เลขานุการ
. ผู้ทรงคุณวุฒิ
    จ. กรรมการโดยตำแหน่ง




เฉลยคำถามปรนัย 20 ข้อ
ข้อที่
ตัวเลือก
ข้อที่
ตัวเลือก
1
11
2
12
3
13
4
14
5
15
6
16
7
17
8
18
9
19
10
20

























คำถามอัตนัย 5 ข้อ
1. หลักการสำคัญของพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีหลักการอย่างไร
2. คณะกรรมการคุรุสภาชุดปัจจุบันมีทั้งหมดกี่คน ประกอบด้วยใครบ้าง และดำรงตำแหน่งใด
3. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพชุดปัจจุบันมีทั้งหมดกี่คน ประกอบด้วยใครบ้าง และดำรงตำแหน่งใด
4. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต กำหนดไว้ว่าอย่างไรบ้าง
5. โรงเรียนดีเลิศวิทยา ได้รับนายแดงและนายดำเข้ามาทำการเรียนการสอนในโรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 โดย นายแดงไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และนายดำมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 จนถึง 1 กุมภาพันธ์ 2559 จึงอยากทราบว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนดีเลิศวิทยา นายแดง และนายดำ มีความผิดตามพระราชพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือไม่ อย่างไร และถ้ามีความผิด จะได้รับโทษอย่างไรบ้าง
























เฉลยคำถามอัตนัย 5 ข้อ
1. ตอบ
กฎหมายฉบับนี้มีหลักการสำคัญ คือ แก้ไขพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และกำหนดให้มีองค์กรเกี่ยวกับวิชาชีพครู 2 องค์กร ได้แก่
(1) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า คุรุสภา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่เกี่ยวกับศึกษา ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
และ (2) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวง รวมทั้งบริหารจัดการองค์การค้าของคุรุสภา
2. ตอบ
คณะกรรมการคุรุสภาชุดปัจจุบันมีทั้งหมด 12 คน ประกอบด้วย














 






3. ตอบ
          คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพชุดปัจจุบันมีทั้งหมด 14 คน ประกอบด้วย


 




































 











4. ตอบ
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต (มาตรา 44)  
คุณสมบัติ
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
(2) มีวุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า
(3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอน
ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ
(3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
5. ตอบ
          ผู้อำนวยการโรงเรียนดีเลิศวิทยา มีความผิดในฐานรับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาต เข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา (มาตรา 46) ซึ่งจะต้องได้รับโทษ คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          นายแดง มีความผิดในฐานประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาต (มาตรา 43) และแสดงให้ผู้อื่น (ผู้อำนวยการโรงเรียนดีเลิศวิทยา) เข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากคุรุสภา (มาตรา 46) ซึ่งจะต้องได้รับโทษคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          นายดำ มีความผิดในฐานประกอบวิชาชีพควบคุม โดยที่ใบอนุญาตอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ (มาตรา 56) ซึ่งจะต้องได้รับโทษ คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า
(3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอน
ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ
(3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
5. ตอบ
          ผู้อำนวยการโรงเรียนดีเลิศวิทยา มีความผิดในฐานรับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาต เข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา (มาตรา 46) ซึ่งจะต้องได้รับโทษ คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
          นายแดง มีความผิดในฐานประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาต (มาตรา 43) และแสดงให้ผู้อื่น (ผู้อำนวยการโรงเรียนดีเลิศวิทยา) เข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากคุรุสภา (มาตรา 46) ซึ่งจะต้องได้รับโทษคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          นายดำ มีความผิดในฐานประกอบวิชาชีพควบคุม โดยที่ใบอนุญาตอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ (มาตรา 56) ซึ่งจะต้องได้รับโทษ คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น